เครื่องทำน้ำเต้าหู้แห่งการแบ่งปัน

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่มีสภาพภูมิประเทศที่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีสภาพภูมิอากาศร้อน ถึงร้อนมากที่สุด ในช่วงเดือนเมษายนนั้นสภาพอากาศของประเทศไทยนั้นเคยพุ่งขึ้นถึงขีดสุดไปถึง 44 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว เรียกได้ว่าอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้ ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นจังหวัดที่มีสภาพอากาศร้อนที่สุดนั่นก็คือจังหวัดตากนั่นเอง โดยที่อุณหภูมินั้นสูงสุดอย่างเช่นที่กล่างไว้นั่นเอง แน่นอนว่าถ้าบ้านของเรานั้นไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านแล้วล่ะก็ รับลองได้เลยว่าร้อนสุดๆอย่างแน่นอนสภาพอากาศ ถึงขั้นว่าเรานั้นอาจจะอยู่ภายในบ้านของเราไม่ได้เลย แน่นนอนว่าเมื่ออากาศร้อนแบบสุดๆแล้ว ก็จะต้องมีอากาศที่มันหนาวแบบสุดๆเช่นกัน แน่นอนว่าถ้าใครได้เป็นแฟนเพลงของพี่ปู พงสิทธิ์ คำภีร์ แน่นอนว่าเราจะได้ยินเพลงที่ร้องว่า “ยามร้อนแสนร้อน ยามหนาวก็หนาวถึงใจ ไม่มีผ้าห่มคลุมกาย ” ซึ่งประเทศไทยนั้นเป็นแบบในเพลงของพี่ปูเลยก็คือด้วยความที่ธุรกันดารของพื้นที่ จึงทำให้เราทราบได้เลยว่าเมื่อเวาลาอากาศหนาวมาเยือนประเทศไทยนั้น บนดอยหรือถิ่นถุระกินดารนั่นประสบภพเจอกับความยากลำบากอย่างแน่นอน เพราะด้วยภูมิประเทศที่อยู่บนดอยสูงชัน ทำให้ความเจริญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ ก็ยังเข้าไปไม่ทั่วถึง ด้านการคมนาคมขนส่งก็เช่นกัน ก็ยังไม่ถึงโดยสมบูรณ์ ถ้ายิ่งในเรื่องของการศึกษาแล้ว นั่นยิ่งไปกันใหญ่เลย ประชาชนที่อยู่ทางเหนือเช่นบนดอยนั้น จะด้อยการศึกษาก็เพราะเนื่องจากว่าด้านอำนวยความสะดวกต่างๆนั่นแหละที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นครูที่จะไปทำหน้าที่สอนหลังสือให้กับนักเรียนก็ไม่มี หรือถ้าจะมีก็เป็นครูที่เป็นอาสา ตำรวจตระเวนชายแดน มาทำหน้าที่สอนหนังสือให้กับเด็กที่อยู่บนเขาบนดอยนั่นเอง ซึ่งโดยความสามารถและความเชี่ยวชาญแล้ว ของตำรวจตระเวนชายแดนแล้วนั้น จะถนัดจับปืน ใช้อาวุธมากกว่าที่จะมาเป็นครูเพื่อมาสอนหลังสือ จึงทำให้นักเรียนนั้นไม่ได้รับความรู้อย่างถูกต้องจากครูที่มีความสามารถจิงๆ เมื่อถึงเวลาเด็กๆเหล่านี้จะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือจะไปสอบชิงทุนอะไรก็ตามแต่ ก็จะสู้เค้าไม่ได้เช่นกัน เพราะเด็กที่อยู่ในเมืองกรุงนั้นจะมีโอกาสได้เรียนกับครูที่สอนเก่งๆ และยิ่งไปกว่านั้นเด็กในเมืองกรุงนั้นก็จะได้เรียนเสริม เรียนพิเศษซึ่งถือว่ามีโอกาสเยอะกว่าด้วย

นอกจากเรื่องการเรียนการสอนแล้วนั้น สิ่งที่คนที่อยู่บนดอยนั้นต้องการเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือเรื่องของอาหารการกิน หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของเรานั่นเองซึ่งถ้าแน่นอนว่าด้วยความที่อากาศบนดอยนั้นมีความหนาวเย็นอยู่มากดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่บนดอยก็คงจะเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นนั่นเอง เพราะว่าเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าหน้าหนาวนั้น บนดอยนั้นหนาวจิงๆ หนาวสุดขั้วหัวใจเลยก็ได้ ถ้าได้เครื่องทำน้ำอุ่นไว้ที่โรงเรียนสักสองถึงสามเครื่อง เพื่อให้นักเรียนได้ใช้อาบน้ำอาบท่ากัน ก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว และอีกอย่างหนึ่งที่น้องๆนักเรียนที่อยู่บนดอยนั้นต้องการนั่นก็คงจะเป็นอาหารนั่นเอง ซึ่งถ้าเราได้ติดตามข่าวสารนั้นก็จะเห็นพวกคาราวาน ที่เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ พากันนำพวกอาหารแห้ง อุปกรณ์การเรียนต่างๆ ไปแจกน้องๆบนดอย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและสิ่งที่ต้องการอย่างยิ่งเลยทีเดียว เพราะบางครั้งนั้น ยังมีหลายๆท่านที่ต้องการที่จะไปช่วยเหลือน้องๆที่อยู่บนดอย แต่ด้วยความที่รถยนต์ส่วนตัวนั้นที่มีนั้นไม่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางของการเดินทางขึ้นเหนือนั่นเอง แน่นอนว่าอาหารก็จำเป็นสำหรับเด็กๆบนดอยเช่นกัน เพราะด้วยสภาพภูมิประเทศแล้วนั้น ทำไมอาหารดีๆข้างบนดอยนั้นแทบจะไม่มีขายเพราะเนื่องจากว่าไม่มีใครขึ้นไปขายนั่นเอง เส้นทางก็แสนลำบากมากกว่าจะเดินทางขึ้นไปถึงยอดเขาได้นั้น สินค้าที่จะนำไปขายนั้นก็เกิดการเน่าบูดเสียหายไปแล้ว หาจะเป็นการดีไหมถ้าเรานำอุปกรณ์ทำอาหารที่กึ่งสำเร็จรูปอย่าง เช่น เครื่องทำน้ำเต้าหู้ขึ้นไปฝากเด็กๆที่อยู่บนดอย ได้ใช้ไว้ทำน้ำเต้าหู้ไว้รับประทานก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว เครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้นสามารถที่จะทำน้ำเต้าหู้ให้เราครั้งละมากๆ เลยทีเดียว เพราะการที่เราเลือกที่จะนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ขึ้นไปแจกให้กับโรงเรียนที่อยู่บนดอยก็เพราะว่า เด็กๆนั้นจะได้รับประทานเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและบำรุงสมองทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะเรียนหนังสือต่อไป ที่สำคัญเลยนั้นการใช้งานเครื่องทำน้ำเต้าหู้ก็ไม่ยากอะไร เพียงแค่เสียบปลั๊กไป หลังจากนั้นก็แค่ใส่วัตถุดิบต่างๆ ลงไปในเครื่องทำน้ำตู้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล น้ำ ถั่วเหลืองเป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบแต่ล่ะอย่างที่กล่าวมานั้น หาได้ไม่ยาก และที่สำคัญเราสามารถที่จะซื้อกักตุนไว้เพื่อไว้รอที่จะรับประทานวันหลังก็ได้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าราคาของเครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้นไม่ได้แพงอะไรมากมาย ถ้าเทียบกับความสามารถของเครื่องทำน้ำเต้าหู้ที่มีแล้วนั้น นับว่าคุ้มค่าอย่างมากมาย รับลองได้เลยว่าเราจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน เด็กๆที่อยู่บนดอยนั้นจะต้องใช้เครื่องทำน้ำเต้าหู้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน ถ้าเราลองคำนวณราคาเครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้น เรารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ แล้วเฉลี่ยหารเงินกันนั้น ก็ตกคนนึงไม่กี่บาท ถ้าจะให้ดีนั้นอยากจะมีให้โรงเรียนบนดอยนั้น ได้มีเครื่องทำน้ำเต้าหู้กันโรงเรียนละหนึ่งเครื่องเลยดีกว่า เพื่อทีว่าในทุกๆเช้านั้น ครูหรือแม่บ้านนั้นก็จะได้ทำให้เด็กๆได้ดื่นกันละแก้วในตอนเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ นอกจากนี้แล้วเครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้น ครูยังสามารถที่จะนำมาประยุกต์เป็นบทเรียน ในการสอนเด็กๆได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสอนเด็กๆให้หัดทำน้ำเต้าหู้ด้วยเครื่องทำน้ำเต้าหู้ เมื่อเด็กๆนั้นได้ทำน้ำเต้าหู้ เด็กๆ นั้นก็จะเกิดความภาคภูมิใจในฝีมือของตัวเอง ที่สำคัญนั้นยังเป็นการฝึกการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์กับตัวของเด็กๆภายในโรงเรียนด้วย ที่สำคัญนั้นนอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของการที่เรานั้นจะได้ฝึกเด็กๆ ให้รู้จักเสียสละทำเพื่อเพื่อนๆ แบ่งปันเพื่อนๆ ด้วยการทำน้ำเต้าหู้แบ่งเพื่อนๆ กันในโรงเรียนนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งปั่นเครื่องทำน้ำแข็งใสให้เด็กๆ ทานในวันที่อากาศร้อน หรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้สำหรับปั่นน้ำผลไม้ทาน ส่วนในที่ที่ไม่มีไฟบางท่านอาจจะเลือกบริจาคถังไอติมหลอดให้กับเด็ก

เครื่องปั่นน้ำผลไม้

การทำน้ำเต้าหู้

เครื่องไสน้ำแข็ง

จากการที่มีหลายๆ กลุ่มที่พยามยามที่จะช่วยเหลือ เด็กๆบนดอยนั้นก็พยายามที่จะจัดทริปขึ้นมา จัดหาเพื่อนฝูงมารวมๆกลุ่มกัน เพื่อขึ้นไปช่วยเหลือเด็กๆที่อยู่ข้างบนดอยนั้นแน่นอนเบื้องหน้าคือความสวยงาม สร้างภาพไว้สวยหรู ถ่ายรูปมาอวดคนอื่น ถ่ายรูปไปโชว์ ถ่ายรูปไปลงสื่อต่างๆ เบื้องหน้าเพื่อไปแจกของให้กับเด็กๆ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆแล้วนั่นก็คือต้องการที่จะไปเที่ยว เมื่อขึ้นไปถึงบนดอยแล้วนั่น ส่งของให้เด็กๆแค่เพียงชั่วคราวเสร็จแล้วคราวนี้ก็เที่ยว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ทำลายแล้วแหละ ทำลายธรรมชาติ กินเหล้าเมายา ส่งเสียงดังรบกวนผู้คนที่อยู่อาศับบนดอย นอกจากนี้แล้วการที่เอารถขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไปบนเขาเป็นจำนวนมากๆนั้น บางครั้งก็เป็นการทำลายซะมากกว่าสร้างสรรค์เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำลายธรรมชาติเช่น ทำลายเส้นทาง ทำลายธรรมชาติทั้งตั้นไม้ต่างๆ ทั้งเสียงดังจากรถยนต์ที่จะส่งเสียงรบกวนสัตว์ป่า
ดังนั้นอยากจะฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งทางภาครัฐบาลทั้งภาคเอกชนต่างๆ ว่าให้มีมาตรการควบคุมอะไรบ้าง สำหรับผู้ที่จะขึ้นไปเที่ยวบนดอย ขึ้นไปแจกของให้กับเด็กๆ ว่าควรจะปฎิบัติตัวอย่างไรบ้าง อะไรบ้างที่สามารถที่จะทำได้ แล้วอะไรบ้างห้ามทำเด็ดขาด เพราะถ้าไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลย ก็จะเป็นการทำให้คนประเภทนี้ไม่รู้ตัว และก็คงจะไม่หยุดพฤติกรรมแบบนี้อย่างแน่นอน

Leave a Reply